งานพัฒนาระบบเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

ความรู้เรื่องภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (Public Health Emergency Response; PHER)

ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข (Public Health Emergency) หมายถึง สถานการณ์ หรือเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่ได้มีการคาดการณ์เอาไว้ ก่อนมีแนวโน้มจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง โดยอาจเป็นเหตุการณ์ผิดปกติที่ไม่เคยพบมาก่อน เช่น โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ หรืออาจเป็นเหตุการณ์ผิดปกติอื่นที่มีโอกาสหรือมีแนวโน้มที่จะแพร่และสร้าง ความเสียหายยังพื้นที่อื่น ซึ่งจําเป็นต้องใช้กระบวนการตัดสินใจเพื่อกระทําอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลดหรือระงับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตร่างกายจิตใจและทรัพย์สินของ ประชาชน โดยเราสามารถแบ่งกลุ่มของภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขออกได้เป็น 6 กลุ่ม ดังนี้

1. การใช้อาวุธชีวภาพ (Bioterrorism emergencies) เชื้อที่อาจนำมาใช้ได้ เช่น แอนแทรกซ์ และ ไข้ทรพิษ

2. ภาวะฉุกเฉินจากสารเคมี (Chemical emergencies) ได้แก่ chlorine หรือสารที่มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท เช่น Organophosphate
3.
ภาวะฉุกเฉินทางรังสี (Radiation emergencies) ซึ่งเป็นได้ทั้งอุบัติเหตุและการก่อการร้าย (Nuclear & Radiological accident/terrorism)
4. อุบัติเหตุกลุ่มชน (Mass casualties) จากอุบัติภัยขนาดใหญ่ เช่น การระเบิด (Explosions/Blasts) ผิวหนังไหม้ (Burn) และการบาดเจ็บ (Injuries)
5.
ภัยจากธรรมชาติและอากาศเลวร้าย (Natural disasters and severe wealth) เช่น วาตภัย และธรณีพิบัติภัย
6.
การระบาดของโรคที่พบบ่อยในพื้นที่และอุบัติการณ์ของโรคที่สำคัญ (Recent Outbreaks and Incidents)เช่น การระบาดของอาหารเป็นพิษ ไข้เลือดออก และโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ เช่น SARS และ ไข้หวัดนก 

 

การจัดการภาวะฉุกเฉินทั้ง 3 ระยะ มีความสัมพันธ์กันในลักษณะเป็นวงจร โดยในแต่ละระยะมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน กล่าวคือ การเตรียมความพร้อมที่ดีจะนำไปสู่การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้ในทันทีเมื่อเกิด เหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินจะนำไปสู่การฟื้นฟูสภาพที่ ระยะเวลาต่างกันซึ่งในแต่ละระยะต้องมีการเตรียมความพร้อมดังนี้

1. ระยะก่อนเกิดภัย : ขั้นเตรียมการ
1.1.การบรรเทาภัย (Mitigation)

หมายถึง กิจกรรมต่างๆที่ดำเนินการเพื่อกำจัดหรือลดโอกาสในการเกิดหรือลดผลกระทบของการเกิดภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขการกำหนดมาตรการป้องกันภัย การจัดทำโครงการบรรเทาภัยก่อนเกิดภัย การจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย ข้อมูลเครือข่ายหน่วยงาน ระบบเฝ้าระวังหรือมีระบบข่าวกรองที่ดีในการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้ จึงมีประโยชน์ในการช่วยให้ชุมชนสามารถดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันผลกระทบจากภัยพิบัติหรืหายนะที่จะเกิดขึ้นได้ ในขั้นตอนนี้ต้องบูรณาการทรัพยากรจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการวางแผนทุกด้าน

1.2.การเตรียมความพร้อม (Preparedness)

หมายถึง การรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นระยะที่เกิดต่อเนื่องจากบรรเทาภัยเป็นขั้นตอนในการวางแผนเพื่อการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยสามารถระดมทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างทันท่วงที ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมนี้จะช่วยคุ้มครองชีวิตและลดการเกิดหายนะ โดยการเตรียมคนให้พร้อมและสามารถตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสมมีแผนการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน มีการฝึกอบรมความรู้และทักษะในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน มีการซ้อมแผน รวมถึงการเตรียมพร้อมทรัพยากรที่จำเป็น การจัดระบบสื่อสาร ที่จำเป็นในภาวะฉุกเฉิน

2.
ระยะระหว่างเกิดภัย : ขั้นดำเนินการ
การตอบโต้เหตุการณ์ฉุกเฉิน (Response) ต้องดำเนินการทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ มีผู้สั่งการในสถานที่ (Field Commander) บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การจัดบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน การควบคุมยับยั้งการเกิดโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นต้องจัดให้มีระบบเฝ้าระวังภายใน 5 วัน หลังเกิดภัยพิบัติ

3.
ระยะหลังเกิดภัย : ระยะฟื้นฟู
การฟื้นฟูบูรณะ (Recovery) เป็นระยะสุดท้ายในการจัดวงจรการจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ซึ่งต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าระบบทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติ หรือใกล้เคียงปกติโดยเน้นให้มีระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อและส่งมอบภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการฟื้นฟูทางด้านจิตใจของผู้ประสบภัยและครอบครัว